ดร.สารสิน แนะรัฐลงทุนเพื่อการศึกษา

 

 

               “คม ชัด ลึก” มีโอกาสได้ลับสมองประเทืองปัญญา ผ่านการสัมภาษณ์พิเศษ “ดร.สารสิน วีระผล” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ “กูรู” ด้านธุรกิจในโลกตะวันออก ผู้มีคิวทองยาวเหยียดนานข้ามปี

ดร.สารสิน เปิดฉากมองธุรกิจของไทยที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศในโลกตะวันออก รวมถึงการปรับตัวของธุรกิจไทยให้ “อยู่รอด” ว่า รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมาจากธุรกิจการส่งออกร้อยละ 60 แต่สภาวะปัจจุบันเงินบาทแข็งแต่มูลค่าเงินลดลง ราคาทองคำตกต่ำ ทำให้กังวลว่าต้มยำกุ้งเมื่อ 17 ปีจะกลับมาอีกหรือไม่ ยิ่งรัฐบาลกู้เงิน 5.5 ล้านล้านบาท จากตะวันออกกลาง จะนำเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้คืนเขา แต่ตะวันออกกลางเขานำอาหารจากประเทศไทยกลับไปได้

ประเทศไทยจะต่อยอดการลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้อย่างไร ถึงจะเกิดความคุ้มค่าในอนาคต รัฐบาลกล้าลงทุนกับระบบโทรคมนามคม และระบบโลจิสติกส์ แต่การลงทุนในการสร้างสติปัญญา หรือทางด้านการศึกษากลับหายไป เพราะการลงทุนด้านการศึกษากว่าจะเห็นผลนานมาก คนไม่อยากจะลงทุน แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องลงทุนทางด้านการศึกษา

“การลงทุนทางด้านการศึกษาเปรียบเหมือนทรายดูด ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก ดังนั้นการลงทุนด้านการศึกษารัฐบาลควรมีบทบาทมาก เพราะงบประมาณที่ใช้จ่ายด้านการศึกษาร้อยละ 70 เป็นรายจ่ายประจำ ไม่มีงบลงทุนเพื่อพัฒนาสติปัญญาของคนไทย หรือมีก็ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แม้กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณก้อนใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นงบค่าใช้จ่าย งบลงทุนเพื่อสติปัญญามีน้อย รัฐบาลควรขยายการลงทุนการศึกษาให้มาก การสร้างรถไฟความเร็วสูงการสร้างถนนสำคัญก็จริง แต่การสร้างสติปัญญาเยาวชนไทยสำคัญยิ่งกว่า”

ดูอย่างประเทศสิงคโปร์ มนุษย์เป็นสิ่งสำคัญและมีค่าที่สุด ที่รัฐบาลสิงคโปร์ทุ่มเทพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสติปัญญาของชาวสิงคโปร์ ขณะที่อินโดนีเซียขนทรายถมสิงคโปร์ขยายท่าเรือสิงคโปร์ และที่น่ายินดีรัฐบาลสิงคโปร์มีหน่วยงานพิเศษคล้ายบีโอไอของประเทศไทย ที่คอยเอื้ออำนวยในการลงทุนของภาคเอกชน ไม่ว่าภาคเอกชนจะไปลงทุนที่ไหน ในยุโรป อเมริกา หรือเอเชีย นักธุรกิจสิงคโปร์จะได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากรัฐบาล

“ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีคนเก่งเยอะแต่รัฐบาลไม่รู้จักใช้คนเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เรามีกระทรวงพาณิชย์ มีกรมส่งเสริมการส่งออก ทำไมเราจะทำแบบสิงคโปร์ไม่ได้ เพียงแต่เราปรับกลไกของรัฐให้ยืดหยุ่น ร่วมมือกับภาคเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผมว่าเรามีอนาคตไกล หากคิดนอกกรอบ คิดไกล ในโลกปัจจุบัน ถ้าใครไปเร็วกว่าคนอื่นก็ได้เปรียบ ผมมั่นใจภาคธุรกิจไทยในยุคบูรพาภิวัตน์สดใสแน่”

ดูอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนพัฒนาก้าวไกลมาก จีนเป็นโรงงานของโลกมา 30-40 ปีขยายการลงทุนไปยุโรป อเมริกา เอเชีย และแอฟริกา เพื่อหาวัตถุดิบด้านพลังงาน จีนผลิตทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ คนจีนจึงกระจายอยู่ทั่วโลก มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก เป็นผู้นำในทุกๆ ด้าน พลเมืองจีนมีขีดความสามารถสูง มีการต่อยอดพัฒนางานวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพแต่แรงงานยังถูก

เหนืออื่นใด การปรับตัวธุรกิจไทยเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศในโลกตะวันออก “สถาบันการศึกษา” สามารถเข้ามามีบทบาทได้อย่างไรนั้น “ดร.สารสิน” แนะนำว่าสถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญมากในการปรับตัวรองรับการเติบโตของประเทศในโลกตะวันออก ยิ่งปัจจุบันสังคมไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย รัฐบาลควรมีมาตรการมาดูแลผู้สูงวัย ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้มีความสุข ในบั้นปลายของชีวิต ได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมรวมถึงได้ใช้เวลาหลังเกษียณอย่างมีคุณค่า

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ควรจะฉีกแนวการจัดการศึกษาออกไป อาจจะร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการสร้างหลักสูตรพิเศษขึ้นมาเพื่อดูแลผู้สูงวัย หรือเทรนผู้สูงวัยให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า ต่อลูกหลาน ต่อประเทศชาติ เพราะมันสมองของผู้สูงวัยที่มีความรู้ ความสามารถ ยังสามารถทำประโยชน์ให้ครอบครัว และสังคมได้

ขณะเดียวกัน สินค้านร้านสะดวกซื้อต่างๆ ควรจะปรับตัว รองรับผู้สูงวัยเช่น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น  อาจจะจ้างผู้สูงวัยมาดูแลร้าน มีเก้าอี้ให้นั่งพักเวลาเหนื่อย ขณะที่สินค้าที่ขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ควรเป็นสินค้าที่ผู้สูงวัยต้องการ อย่าลืมว่าผู้สูงวัยที่เกษียณมีเงินเยอะมาก แต่สินค้าที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อไม่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงวัย

“ผมซีเรียสเรื่องการดูแลผู้สูงวัยมาก รัฐบาลควรจะออกแคมเปญ มีแผนชัดเจน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อดูแลผู้สูงวัย แต่ละกระทรวงให้บูรณาการไม่ใช่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นพระเอก อย่างกระทรวงคมนาคม ควรจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงวัยเวลาใช้บริการทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ดูอย่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ผมเคยเสนอให้ทำลูกศรประตูเข้า-ออก ซึ่งช่วยผู้สูงวัยได้เยอะ แต่ยังติดปัญหาบันไดขึ้นลงสูงมาก ผู้สูงวัยเดินไม่ไหว ควรจะมีลิฟต์อำนวยสะดวกบ้าง ขณะที่ห้องน้ำตามที่สาธารณะต่างๆ ควรจะมีระบบป้องกันการลื่นหกล้ม มีราวบันไดจับ เวลาลุกนั่งปลดทุกข์บ้าง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยควรจะมีความเป็นมิตรหรือเฟรนลี่มากๆ”

ดร.สารสิน ยังชี้ว่ารัฐบาลควรลงทุนด้านสติปัญญาของพลเมือง เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของชาติ การศึกษาที่ดีและมีคุณภาพเท่านั้นถึงจะก้าวทันโลก การลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาหากเงินงบประมาณไม่เพียงพอ อาจจะต้องจัดเก็บภาษีเพิ่มเป็นร้อยละ10 เชื่อว่าคนไทยรับได้ เพราะคนที่ได้รับการศึกษาที่ดีมีคุณภาพจะช่วยพัฒนาประเทศให้เติบโตเจริญรุ่งเรืองได้

พบกับ “ดร.สารสิน วีระผล” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กับการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การปรับตัวของธุรกิจไทยเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศในโลกตะวันออก” ในงาน การประชุมวิชาการปัญญาภิวัฒน์ ครั้งที่ 3 หัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยในยุคบูรพาภิวัตน์” ในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม  เวลา 13.00-16.00 ณ หอประชุมปัญญาภิวัฒน์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี สอบถามข้อมูล และสำรองที่นั่งติดต่อ ขวัญชนก วัชนะประพันธ์ โทร.0-2832-0901 มือถือ 085-887-8829 อีเมล : kwanchanokwat@pim.ac.th

Credit : http://www.komchadluek.net/detail/20130508/157902/%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.html#.UYmx9LWnCsg

Tags: ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: