ห้องเรียนกลับทาง : เปลี่ยนห้องเรียนเป็นพื้นที่เรียนรู้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เชิญผู้บริหาร สพฐ. ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมปฏิบัติการพิจารณาแนวการจัดการศึกษาแบบกลับด้านชั้นเรียน (Flip Your Classroom) ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันระดมความคิดพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ปัจจัยสนับสนุน ข้อจำกัดของการที่จะนำแนวคิดของ Flipped Classroom ไปสู่การปฏิบัติในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกันสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สพก.จชต.) ได้เชิญผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่กว่า 800 คน เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงแรมลี การ์เด้น พลาซ่า จังหวัดสงขลา โดยมุ่งเน้นที่จะนำห้องเรียนกลับทาง ไปสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการนำร่องไปก่อน

ด้วยกระแสที่มาแรงของห้องเรียนกลับทาง ทำให้ต้องรีบหยิบหนังสือ “ครูเพื่อศิษย์ สร้างห้องเรียนกลับทาง” ของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช มาอ่านโดยเร็ว ทำให้เปลี่ยนความคิดจากเดิมที่มีคำถามอยู่ในใจว่าประเทศไทยพร้อมแล้วหรือที่จะนำการจัดการเรียนรู้แบบกลับทางมาใช้ได้ประสบความสำเร็จ? เนื่องจากวัฒนธรรมการจัดการศึกษาซึ่งมีบริบทที่แตกต่าง อีกทั้งยังขาดความพร้อมด้านสื่อเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยสอนอยู่อีกมาก รวมถึงความพร้อมของครอบครัวส่วนใหญ่ก็อาจเป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อย

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเป็นยุทธศาสตร์ระดับนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา โดยในเบื้องต้นอาจต้องมีการสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็น แต่ที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและทัศนคติของครูต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ รวมถึงพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่เราเคยคิดว่า
ยากอาจกลับกลายเป็นง่ายกว่าที่คิดก็เป็นได้

ห้องเรียนกลับทาง เกิดขึ้นจาก โจนาธาน เบิร์กแมน และแอรอน แซมส์ ทั้งสองเป็นครูโรงเรียนบ้านนอกในสหรัฐอเมริกาแต่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูที่ได้ทุ่มเทหาวิธีการเพื่อต้องการช่วยนักเรียนของเขาที่มีปัญหาในการเรียน ทั้งประเภทที่ต้องขาดเรียนเนื่องจากไปแข่งขันกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นใด รวมถึงนักเรียนที่เรียนรู้ได้ช้ากว่าคนอื่น โดยการใช้สื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำวิดีโอแล้วนำไปแขวนไว้บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งนักเรียนที่ขาดเรียนสามารถเข้าไปเรียนได้ ส่วนนักเรียนที่เรียนรู้ช้าก็สามารถเข้าไปทบทวนเรียนซ้ำได้ตามต้องการโดยที่ครูไม่ต้องเสียเวลาไปสอนซ้ำในห้องเรียน

“ทั้งสองท่านได้ค้นพบวิธีเรียนรู้แบบกลับทาง คือ เรียนวิชาที่บ้าน และทำการบ้านที่โรงเรียน หรือรับถ่ายทอดความรู้ที่บ้าน แล้วมาสร้างความรู้ต่อยอดจากวิชาที่รับถ่ายทอดมา ให้เป็นความรู้ที่สอดคล้องกับชีวิต ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีพลัง เกิดทักษะ ที่เรียกว่า “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (วิจารณ์ พานิช, 2556 : หน้า 10)

ห้องเรียนแบบเดิมนักเรียนนั่งฟังครูสอน ครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ คอยบอกและออกคำสั่งให้นักเรียนทำการบ้านทำโน่น นี่ นั่น แล้วก็ให้นักเรียนทำข้อสอบเพื่อทดสอบสิ่งที่ได้เรียนรู้ และแน่นอนมีทั้งนักเรียนที่สอบผ่านและไม่ผ่าน แต่การสอนของครูก็ยังคงสอนเรื่องใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ จนบางครั้งนักเรียนกลุ่มที่เรียนช้าหรือไม่เข้าใจแทบจะไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เลย ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้เรียนไม่ทันคนอื่น ๆ เป็นเหตุก่อให้เกิดช่องว่างที่ยิ่งนานวันก็จะทบทวีคูณระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากเข้าห้องเรียนเนื่องจากเรียนไปก็ไม่รู้เรื่อง

เราจะเห็นว่า การเรียนแบบเดิมนั้นนักเรียนไปโรงเรียนเพื่อหวังให้ได้เกรด ส่วนใหญ่เรียนโดยผ่านการท่องจำ แต่ไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง ในขณะที่ห้องเรียนกลับทางนั้น ได้เปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อ “ห้องเรียน” (Classroom) เป็น “พื้นที่สำหรับการเรียนรู้” (Learning Space) คือ เปลี่ยนจากเดิมที่ห้องเรียนเป็นที่สำหรับครูถ่ายทอดความรู้ไปสู่นักเรียน ไปเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจากสิ่งที่ได้เรียนมาล่วงหน้า จะเห็นได้ว่าการเรียนรู้แบบใหม่นี้นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้จากการบอกหรือถ่ายทอดเนื้อหาสาระจากครูดังเดิม

อย่างไรก็ตาม “ห้องเรียนกลับทาง” คงไม่ใช่สูตรสำเร็จของวิธีการจัดการเรียนรู้ แต่จะช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง ถูกต้อง และเพียงพอสำหรับเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต.

ฟาฏินา วงศ์เลขา

 

Credit : http://www.dailynews.co.th/education/202411

Tags: , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: