ปลุกคนไทยอย่าชาชิน “คอร์รัปชั่น” ชี้งสังคมจะเสื่อม-ชาติจะล่มสลาย

ในทางกลับกันภาคประชาสังคม และภาคเอกชน หน่วยงานอิสระ กลับมีความตื่นตัวกับเรื่องเหล่านี้อย่างมาก โดยเฉพาะ สำนักงานปฏิรูป (สปร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และ เครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ต่างผนึกกำลังกันในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน ได้เห็นถึงพิษภัยของการทุจริตคอร์รัปชั่นว่าจะเกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองมากมายมหาศาลเพียงใด จะมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เห็นกันจนชาชินอีกต่อไปไม่ได้แล้ว

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และประธานคณะทำงานเฉพาะประเด็นการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น บอกว่า การใช้งบประมาณในการแก้คอร์รัปชั่นแต่ละปีของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้งบประมาณเฉลี่ย 1,077 ล้านบาท หรือ 16.50 บาทต่อหัวประชากร ในจำนวนนี้เป็นงบฯป้องกันเพียง 54.6 ล้านบาท หรือ 0.50-1.00 บาทต่อหัวเท่านั้น ในขณะที่ฮ่องกงใช้งบฯในการแก้คอร์รัปชั่น คิดเป็น 400-500 บาทต่อหัว ถือว่ามีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการป้องกันการทุจริตของ ป.ป.ช. จะเป็นกลไกบูรณาการการทำงานของทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม ที่สำคัญหากมีกองทุนนี้แล้ว ยังจะช่วยพัฒนาศักยภาพและบทบาทภาคประชาชนและชุมชนท้องถิ่น เพิ่มการศึกษาวิจัย ฝึกอบรมปลูกฝังจิตสำนึก จัดการความรู้และดูแลช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทุจริต โดยให้เป็นองค์กรอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง ธุรกิจและราชการ รวมถึงอยู่นอก ป.ป.ช. แต่มีการสนับสนุนและตรวจสอบซึ่งกันและกัน

“แหล่งที่มาของเงินทุนได้ออกแบบให้มาจากเงินเพิ่มตามจำนวนของโครงการเมกะโปรเจคท์ สัดส่วนจากการยึดทรัพย์ เงินบริจาคผู้เสียภาษีเงินได้ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินอุดหนุนและการบริจาคจากภาคเอกชนหรือต่างประเทศ เงิน 1% จาก กสทช. เงินส่วนหนึ่งจากกองสลาก รายได้จากการจัดการทรัพย์สินและรายได้เงินบำรุง ธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น ๆ โดยจะประมวลความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้และวัฒนธรรม สร้างกลไกการขับเคลื่อนเครือข่าย หน่วยงาน หรือหุ้นส่วนการขับเคลื่อน รวมทั้งเชิญชวนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ร่วมแสดงความคิดเห็นในร่างข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประบบการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ใช้พลังทางสังคมเป็นแรงขับเคลื่อน โดยจะนำร่างข้อเสนอที่ได้นี้เข้าสู่เวทีสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่ 3 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2556 นี้ต่อไป” นพ.พลเดช กล่าว

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เห็นว่า ในส่วนของภาคเอกชนการทำงานในภารกิจการป้องกัน ปลูกฝังและเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้กำลังคนและทุนทรัพย์มาก แต่การทำงานที่ผ่านมาขาดอำนาจในการดำเนินการและการปกป้องจากกฎหมาย ทำให้ถูกฟ้องร้อง ข่มขู่ กลั่นแกล้ง ขาดเวทีแสดงความคิดเห็น เปิดโปง และไม่มีหน่วยงานมารับดำเนินการต่อ ฉะนั้นจึงเป็นบทหนึ่งในการเริ่มต้นกองทุนสนับสนุนการป้องกันการทุจริต โดยจะติดตามการอนุมัติงบประมาณในโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน  2.2 ล้านล้านบาท การใช้งบประมาณในแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นต้น

ส่วนอีกภาคี อย่าง นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เห็นว่า ในส่วนของศูนย์คุณธรรม ได้ร่วมเป็นภาคีต้านคอร์รัปชั่น ที่สำคัญเรามีโมเดลต้นแบบการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในสถานที่สำคัญ เช่น บางมูลนากโมเดล เป็นต้น ที่สำคัญเราได้เห็นว่า เรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเรื่องสำคัญมากที่ครอบครัว และสถาบันการศึกษา ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก เสริมเรื่องคุณงามความดี โดยล่าสุดภาคเอกชน ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ขายไอเดีย หนึ่งบริษัทหนึ่งโรงเรียน ปลูกฝังหลักสูตร โตไปไม่โกง มีสภาเด็ก เครือข่ายเด็ก ต่อต้านทุจริต ส่วนในระดับอุดมศึกษา เราได้ร่วมกับภาคี สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ใช้โครงการคอร์รัป ฉันไม่ขอรับ ภาคีของศูนย์คุณธรรม รณรงค์ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ที่จับต้องเป็นรูปธรรมได้ยาก ให้กลุ่มนักศึกษาเห็นแนวทางปฏิบัติ

’เราไม่รู้ว่า จิตใจของแต่ละคนเป็นอย่างไร แต่หวังว่า เราฝังความดี ความซื่อสัตย์ ในเด็กและเยาวชน ว่า โตไปไม่โกง เชื่อว่า เขาจะมีจิตสำนึก การรณรงค์นี้ จะเห็นผลในระยะยาว แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งวันนี้ การปลูกความดี ในเด็กและเยาวชนก็จะไม่เกิดผล ที่สำคัญการที่เรานำวิชาศีลธรรม ออกไปจากระบบการศึกษา ได้เกิดผลแล้วว่า ทำให้คนขาดศีลธรรมเพิ่มขึ้น เกิดปัญหาสังคมมากขึ้น ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ ควรที่จะนำเรื่องนี้กลับเข้ามากล่อมเกลาเด็กไทยอีกครั้ง“

ผอ.ศูนย์คุณธรรม ยังบอกอีกว่า ทราบว่า ป.ป.ช. ได้จัดทำหลักสูตร เรื่องซื่อสัตย์สุจริต ให้เป็นหลักสูตรในสถานศึกษา โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสิ่งที่ควรทำให้ตรงจุด ถ้าหลักสูตรเกิดการปลูกฝัง และปรับพฤติกรรมคนได้จริง ในอนาคตสังคมเราน่าจะดีขึ้น ส่วนศูนย์คุณธรรมก็มีการมอบรางวัลคุณธรรมแห่งชาติ คัดเลือกบุคคล องค์กรที่มีการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม หรือเรียกว่า คนดี นำมาเชิดชูให้สังคมให้เห็นเป็นแบบอย่างด้วย เพราะเราเห็นว่า ตอนนี้สังคมไทยต้องการแบบอย่างคนดีเป็นอย่างมาก

การจุดไฟต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ขยายวงกระเพื่อมกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะองค์กรภาคีที่ประกาศตัวไม่ยอมทนต่อวิกฤติคอร์รัปชั่นอีกต่อไป หากสังคมได้ตระหนักแล้วว่า คอร์รัปชั่น คือมะเร็งร้ายที่กัดกินกระดูกจนฝังรากลึกไปถึงดีเอ็นเอของประเทศที่ทวีความรุนแรงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพเทคนิคการโกงจนอาจนำไปสู่ความเสื่อมของสังคม ไปจนถึงการล่มสลายของประเทศชาติในอนาคต คนไทยก็ต้องช่วยกันทำให้ภาครัฐเห็นว่า เรื่องคอร์รัปชั่น จะต้องจัดการจริงจังและจริงใจ ให้เกิดผลไปสู่การปฏิบัติไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายโก้หรูเพียงแค่ในกระดาษเท่านั้น.

มนตรี ประทุม

Credit : http://www.dailynews.co.th/education/197682

Tags: , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: