สจล.เร่งพัฒนาการศึกษา ตั้งเป้าเป็นแนวหน้าอาเซียน

 

 

Untitled2

อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เร่งพัฒนาระบบการศึกษา พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ “วิศวกรรมปิโตรเคมี-วิศวกรรมชีวการแพทย์” ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าเป็น 1 ใน 10 ของสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าสู่ประชาคมอาเซียน…

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดงานเสวนา “ปักธงปี 2558 กับการก้าวสู่สถาบันผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอาเซียน” เพื่อวางเป้าหมายกรอบการพัฒนาสถาบัน เพื่อตั้งเป้าให้ สจล. เป็น 1 ใน 10 ของสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าแห่งประชาคมอาเซียน เน้นพัฒนาเทคโนโลยี ผู้นำ หลักสูตร บุคลากร และการพัฒนานักศึกษาสู่ระดับสากล หวังส่งเสริมให้ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านเทคโนโลยีในอาเซียน พร้อมทั้งให้สอดคล้องกับการเปิดรับเข้าประตูอาเซียน โดยเร่งสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก โดยปี 2556 สจล.เร่งเปิดหลักสูตรใหม่ ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมปิโตรเคมี หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์

โดยภายในการเสวนา ศาสตราจารย์ ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เป้าหมายที่สำคัญของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่จะต้องก้าวไปให้ถึงนั้น คือการพัฒนาให้สถาบันเป็นสถาบัน 1 ใน 5 ของประเทศไทย ภายใน 4 ปี และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาสถาบันให้เป็นสถาบัน 1 ใน 3 ของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 10 ของสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าแห่งประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยเริ่มต้นพัฒนาสถาบันผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ 1. การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการเรียนการสอน เนื่องจากเล็งเห็นว่าคณาจารย์และบุคลากรของสถาบันมีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีการผลิตผลงานทางวิชาการ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำจะสามารถพัฒนาศักยภาพของสถาบันและพัฒนาคุณภาพนักศึกษาได้ 2. ผลงานวิจัยปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ชิ้น ที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้งานออกมาเป็นจำนวนมาก โดยอาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญนำเสนอการเรียนการสอนควบคู่งานวิจัยจึงเป็นสิ่งที่สถาบันต้องนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำไปพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศได้ 3. การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ให้นักศึกษาเกิดการปรับตัวได้ในทุกภาคอุตสาหกรรม

“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สถาบันยังคงเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง คือ การพัฒนาสถาบันไปสู่การเป็นสถาบันอันดับหนึ่ง ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นที่พึ่งของสังคม พร้อมเดินหน้าปักหมุดกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพวิชาการ ให้ก้าวสู่ความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อวางรากฐานสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ โดยจะพัฒนาทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ผู้นำ หลักสูตร บุคลากร และการพัฒนานักศึกษาสู่ระดับสากล ที่เน้นการเป็นสถาบันการศึกษาที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยโดยใช้เทคโนโลยีด้านการเรียนการสอนให้มีความล้ำหน้า นำวิทยาการใหม่เข้ามาใช้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตลอดจนการพัฒนาอาคารเรียนไฮเทค ที่ควบคุมและประเมินผลการเรียนการสอนได้จากส่วนกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการเน้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะของตนเองได้อย่างเต็มที่” ศาสตราจารย์ ดร.ถวิล กล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ คำฝอย ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ความเป็นที่สุดในอาเซียนว่า สิ่งสำคัญที่สถาบันกำลังพยายามปรับตัว เพื่อสร้างความเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมกับความมีคุณภาพคับแก้วนั้น ในปี 2556 นี้ สถาบันได้พัฒนาหลักสูตร ตลอดจนนโยบายการบริหารที่เป็นไปในทางที่สอดคล้องกับการเปิดรับเข้าสู่อาเซียนมากขึ้น โดยมีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการของในประเทศและต่างประเทศ การจัดหลักสูตรนานาชาติอย่างจริงจัง โดยเริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน ในวิชาพื้นฐาน เพื่อให้นักศึกษาเริ่มซึมซับกับภาษาอังกฤษและสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดหลักสูตรพื้นฐานทางวิชาการและหลักสูตรเทคโนโลยีเพื่อวิชาชีพให้แก่นักศึกษาทุกระดับชั้น ตลอดจนการเพิ่มเติมหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจ โดยมองถึงปัญหาว่า แต่ละประเทศนั้นมีปัญหาพื้นฐานอย่างไร และยังขาดบุคลากรในด้านไหนที่จะไปพัฒนา หรือประเทศนั้นๆ มีทรัพยากรใด ที่จะนำมาพัฒนาประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้ จึงมีการต่อยอดหลักสูตรต่างๆ ขึ้น อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมปิโตรเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่ส่งเสริมด้านการขยายฐานความรู้วิศวกรรมให้สามารถประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาการให้บริการสาธารณสุขของประเทศ ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เป็นต้น

“ในส่วนของนโยบายการบริหารประจำปี 2556 สจล.จะมุ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยเร่งสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การทำวิจัยร่วม การจัดประชุมทางวิชาการนานาชาติ การแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักวิจัยและนักศึกษา โดยคาดว่าในปีนี้จะมีสถาบันการศึกษาชั้นนำในหลายประเทศที่เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นกว่า 20-30 แห่ง พร้อมการผลักดันให้มีงานวิจัยใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีงานวิจัยชิ้นใหม่ของคณาจารย์กว่า 1,000 ชิ้น และให้อาจารย์นำงานวิจัยเหล่านั้นมาสอนควบคู่ไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่นักศึกษาตลอดจนการสร้างความร่วมมือให้มากขึ้นกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้นักศึกษาในทุกระดับรวมไปถึงบุคลากรได้เรียนรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ในแวดวงอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักศึกษาเอง เมื่อจบการศึกษาก็สามารถออกไปทำงานได้ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ กล่าว

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิฐ บุญสีเมือง รองอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านเทคโนโลยีในอาเซียนว่า การขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษานั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถสร้างรากฐานการพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่บุคลากรของประเทศได้ ดังนั้นการสร้างให้ประเทศไทยเป็น Education Hub ควรจะมีการเตรียมความพร้อมในด้านกรอบความคิดที่จะมุ่งสร้างความตระหนักรู้ของคนไทย ในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนของประชาคมอาเซียน พัฒนาสมรรถนะให้พร้อมจะอยู่ร่วมกัน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษาโดยสถาบันการศึกษานี้เอง ที่จะเป็นเหมือนฐานในการผลักดันให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญต่อไปได้ ดังนั้น ควรมีการริเริ่มแนวทางของการพัฒนาการศึกษาทีละขั้นตอนและสมบูรณ์ครบถ้วน เมื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นี้

“สำหรับแนวทางในการพัฒนาสถาบันในขั้นเริ่มต้น คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่การปรับปรุงห้องเรียนและห้องสมุดให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการสอน การวิจัยจากฐานข้อมูลกลางได้ การสนับสนุนให้สถาบันเป็นแหล่งความรู้ โดยการสอนผ่านระบบ ICT และการปรับปรุงเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการบริหารภายในสถาบัน ตลอดจนการรุดหน้าคิดค้นรูปแบบการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการศึกษาแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยที่สุด กับสถาบันการศึกษาชั้นนำในเขตประเทศอาเซียน โดยในปีนี้อยู่ในขั้นตอนของการวางระบบให้มีความเสถียรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และคาดว่าภายในต้นปีหน้าจะสามารถนำระบบนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการเจรจาแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการศึกษา กับหลายสถาบันการศึกษาในประเทศอาเซียนได้พร้อมกับการมีศูนย์เครือข่ายเทคโนโลยีระดับประเทศ ที่มีองค์กรและสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันจัดตั้ง โดยภายในศูนย์จะต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือทางเทคโนโลยีรวมถึงนวัตกรรมอันทันสมัย ให้สามารถเป็นแหล่งรวมความเป็นสุดยอดของเทคโนโลยีระดับประเทศได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านเทคโนโลยีในอาเซียนอย่างแน่นอน” รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิฐ กล่าว

Credit : http://www.thairath.co.th/content/edu/333418

Tags: , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: