สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนให้กับเด็ก

602989_196092860535963_150018699_n
ผมไปอ่านบทความๆ หนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนเรา เขาพูดไว้ว่า พฤติกรรมของคนเราถูกขับดันด้วยแรงกระตุ้นแห่งความคิด จินตนาการ  ความสร้างสรรค์ หรือไม่ก็ถูกขับดันด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ผู้ที่มีแรงขับดันทางความคิดจะมีทางเลือกมากมายในการเดินไปสู่เป้าหมายหนึ่งๆ ในขณะที่ผู้ที่มีแรงขับดันทางความรับผิดชอบจะทำตามรายละเอียดที่ระบุอยู่ในหน้าที่เท่านั้น ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่า ในสภาพแวดล้อมของบริษัทแห่งหนึ่งนั้น จำเป็นต้องมีพนักงานทั้งสองประเภทอยู่ด้วยกัน ทั้งผู้ที่สร้างสรรค์ทางเลือกในการทำงา…น และผู้ที่กระทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างตรงไปตรงมา สิ่งหนึ่งที่บทความนั้นเขียนได้น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กก็คือ ถ้าพ่อแม่รู้ว่าเด็กมีแรงขับดันประเภทไหน ก็ต้องกระตุ้นลูกด้วยแรงจูงใจที่สอดคล้องกับแรงผลักดันนั้น ซึ่งสำหรับคนไทยแล้ว คำพูดติดปากที่ว่าให้เด็กตั้งใจเรียนดีๆ แล้วโตขึ้นไปจะเป็นเจ้าคนนายคนนั้น อาจจะใช้ได้กับเด็กที่มีมีแรงขับดันด้านความรับผิดชอบ แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจผมก็คือ มีเด็กในยุคปัจจุบันสักกี่คนกันที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ชนชั้นกลางของไทยส่วนใหญ่มักปลูกฝังลูกๆ ตั้งแต่เล็กว่า ขอเพียงตั้งใจเรียนหนังสือก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบงานในบ้านด้านอื่นๆ ซึ่งต่างกับเด็กในชนชั้นล่างที่ต้องรับผิดชอบงานอื่นๆ ในครอบครัวไปด้วย ดังนั้นเราจึงเห็นเด็กไทยจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียน ทั้งในโรงเรียนปกติ โรงเรียนพิเศษ คอร์สศิลปะ คอร์สร้องเพลง คอร์สโน่นนี่นั่นเยอะแยะมากมาย เรียกได้ว่าเด็กไทยปัจจุบันอาจจะมีชั่วโมงเรียนมากกว่าผมตอนอยู่มหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะจัดเด็กไทยส่วนใหญ่ให้อยู่ในกลุ่มที่ถูกขับดันด้วยความคิดและจินตนาการได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยการกระตุ้นเด็กกลุ่มนี้ให้สนใจในการเรียนนั้น ก็ไม่น่าจะใช้การเป็นเจ้าคนนายคนมาเป็นเหยื่อล่ออยู่ดี สิ่งที่น่าจะใช้กระตุ้นเด็กไทยกลุ่มนี้ได้จึงน่าจะเป็นจำนวนของทางเลือกในชีวิตของเขา ถ้าเขาตั้งใจเรียน รักการอ่านหนังสือ ขยันหมั่นเพียร ในอนาคตนั้นเขาก็จะสามารถเลือกได้ว่าตัวเขาจะเป็นอะไร ในขณะที่คนที่ไม่ตั้งใจเรียน ก็จะไม่มีทางเลือกให้เห็นมากนัก ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพราะผมออกจะไม่ชอบกับประโยคทั้งหลายดังต่อไปนี้ “โตแล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน” “โตขึ้นไปจะได้เป็นหมอ” “โตแล้วไปเป็นวิศวะ” ฯลฯ และผมมั่นใจว่าเด็กชั้นประถมหลายคนถูกปลูกฝังด้วยคำพูดเหล่านี้ ไม่จากคุณพ่อคุณแม่เอง ก็จากคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ญาติทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทั้งที่เด็กยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ แถมเวลาที่เด็กพูดว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรแปลกๆ พวกผู้ใหญ่ก็มักจะหัวเราะแล้วไม่คิดจริงจังอะไรกับคำพูดของเด็ก แทนที่จะหัวเราะขำกับความไร้เดียงสา มาจุดประกายความฝันของเขาด้วยทางเลือกที่เป็นไปได้ในชีวิตของพวกเขาดีกว่าไหมครับ ให้เขารู้สึกว่าความใฝ่ฝันของเขา แม้มันจะแปลกหรือยากแค่ไหน แต่ก็จะเป็นไปได้แน่นอนถ้าพวกเขาตั้งใจเรียน แรงบันดาลใจแม้เพียงเล็กน้อยในวัยเด็กนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้แน่นอนครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: