การอ่านหนังสือ และการใช้แท็บเล็ต

ขอขอบคุณบทความจาก ดร.เอกสิทธิ์ เทียมแก้ว ที่เกี่ยวกับเด็ก การอ่านหนังสือ และการใช้แท็บเล็ต … ฝากเป็นข้อคิดให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ชอบโยนแท็บเล็ตให้ลูกเล่นเพื่อตัดรำคาญนะคะ ——————–>>>>>>
75803_202867256525190_1153309118_n
ตอนเป็นเด็กนั้น ผมไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ที่จำได้ชัดเจนก็คือ พอเหงาๆ ก็หยิบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน ตอนเด็กมากๆ นั้นผมก็เริ่มจากการ์ตูนไทยเล่มละบาทนั่นแหละครับ พ่อแม่เล่าว่าพวกเขาซื้อการ์ตูนไทยมาให้ผมอ่านเป็นกองใหญ่เลย ฐานะทางบ้านของผมในช่วงนั้นไม่ได้ดีเท่าไ…หร่นัก ดังนั้นผมจึงไม่รู้จักพวกการ์ตูนญี่ปุ่นเลย พออ่านการ์ตูนไทยหมด ก็หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านบ้าง อ่านพวกวรรณคดีบ้าง (พ่อผมเป็นครูสอนภาษาไทย ดังนั้นในขณะที่หลายคนอ่านโดราเอมอน ผมกลับอ่านสิงหไกรภพ รามเกียรติ์ และนิยายพื้นบ้านไทยทั้งหลาย ที่ผมจำได้แม่นยำที่สุดก็คือ การสนับสนุนของพ่อและแม่ของผม ถึงบ้านเราจะไม่มีอะไรให้เด็กอย่างผมอ่านเพื่อความบันเทิงนัก แต่พ่อแม่ก็พยายามกระตุ้นให้ผมอ่านโน่นอ่านนี่อยู่เป็นประจำ ตอนผมยังเด็กตัวเล็กๆ ต้องนั่งซ้อนตรงเบาะหน้าจักรยานยนต์ที่พ่อขี่และแม่ซ้อน พ่อจะคอยชี้ป้ายร้านตามข้างทางให้ผมอ่านให้ฟังเสมอ จำได้ว่าครั้งหนึ่งผมอ่านป้ายร้านชื่อ สามารถ หรือ ปรารถนา ได้นี่แหละ ซึ่งจัดเป็นคำยากสำหรับเด็กอายุเท่านั้น ทำให้พ่อแม่ถึงกับปลื้มกันยกใหญ่ และผมก็จำความรู้สึกภูมิใจครั้งนั้นได้ชัดเจนมาก และนั่นเองที่ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับผม และเป็นพื้นฐานแข็งแรงที่ช่วยสร้างทุกอย่างให้ผมเป็นผมอย่างในทุกวันนี้ พอมาถึงปัจจุบัน ผมกลับเห็นผู้ใหญ่บางคนที่ไม่อยากเหนื่อยในการสอนลูกสักเท่าไหร่นัก เวลาลูกเล่นซน หรือพยายามพูดคุยโน่นนี่ ก็โยนเจ้า iPad ให้ลูกเล่น ซึ่งก็ได้ผลในการทำให้ลูกเงียบ แต่การที่ลูกเล่นเกมใน iPad หรือในแท็บเล็ตอื่นๆ นั้นไม่ได้ช่วยสร้างพื้นฐานการอ่านให้ลูกของเขาเลย อ้อ ปัจจุบันเด็กหลายคนเล่นเกมภาษาอังกฤษนะครับ แต่เขาไม่สนใจตัวอักษรที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอเลยด้วยซ้ำ แค่คอยเดา แล้วก็กดมั่วๆ เท่านั้นเอง (พวกนิสิตนักศึกษาปัจจุบันบางคนก็เป็นแบบนี้ครับ กลายเป็นว่า เล่นแต่เกม ดูแต่รูป สนใจแต่ภาพเคลื่อนไหว แล้วมีปัญหากับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ) แล้วถ้าเวลาคุณพ่อคุณแม่เรียกลูกออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก แต่พวกเขากลับไม่ทำท่าทางตื่นเต้นอะไรนัก แถมยังเลือกที่จะอยู่บ้านเพื่อนั่งเล่นแท็บเล็ตล่ะก็ โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่านั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีแล้วนะครับ ผมจึงอยากแนะนำให้ผู้ปกครองแต่ละคน หันมาพูดคุยกับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟังบ้าง อย่าให้ลูกมองแต่ทีวีหรือแท็บเล็ตจนวันๆ ไม่ได้คุยกับใคร ในช่วงแรกที่เราทำแบบนั้น เด็กก็คงดื้อบ้าง โวยวายบ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว เขาจะขอบคุณพวกคุณอย่างแน่นอน เหมือนอย่างที่ผมกำลังอยากขอบคุณพ่อและแม่ของผม ที่ทำให้ผมรักการอ่าน และกลายเป็นผมอย่างทุกวันนี้ หนังสือภาษาไทยและนิยายวรรณคดีทั้งหลายของพ่อนั้นเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความฝันของผม เป็นปัจจัยที่ทำให้สิ่งดีๆ ทั้งหลายเกิดขึ้นกับชีวิตของผม ขอแค่คุณพ่อคุณแม่ใช้เวลากับลูกอย่างสม่ำเสมอ และอดทนต่อการปลูกฝังให้ลูกมีความสุขในการอ่าน สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดกำเนิดของฝันดีทั้งหลายที่จะตามมาในอนาคตครับ

Tags: ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: